วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา

นักบุญในศาสนาคริสต์
นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา
Mother Teresa.jpg
พรหมจารี, นักพรตหญิง
วันเกิด26 สิงหาคม ค.ศ. 1910
เกิดที่สโกเปีย จักรวรรดิออตโตมัน
วันเสียชีวิต5 กันยายน ค.ศ. 1997
เสียชีวิตที่โกลกาตา ประเทศอินเดีย
นิกายโรมันคาทอลิก
วันประกาศ4 กันยายน ค.ศ. 2016
ที่ประกาศจัตุรัสนักบุญเปโตร
ประกาศโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
วันฉลอง5 กันยายน[1]
นักบุญ - ศาสนาคริสต์
แม่ชีเทเรซา หรือ คุณแม่เทเรซา (26 สิงหาคม พ.ศ. 2453 – 5 กันยายน พ.ศ. 2540) เป็นนักพรตหญิงในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ท่านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ช่วยเหลือและผู้ต่อสู้เพื่อคนยากไร้ทั้งในประเทศที่ยากจนและร่ำรวย จนเมื่อปี พ.ศ. 2522(ค.ศ. 1979) ท่านจึงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และหลังจากมรณกรรมก็ได้รับการประกาศเป็นบุญราศีโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 มีนามว่า "บุญราศีเทเรซาแห่งกัลกัตตา" ต่อมาในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ประกาศให้ท่านเป็น "นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา"

วัยเยาว์

คุณแม่เทเรซา เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) ที่เมืองสโกเปีย จักรวรรดิออตโตมัน (ปัจจุบันคือเมืองหลวงของประเทศมาซิโดเนีย) (ภายหลังคุณแม่ถือวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่คุณแม่ทำพิธีศีลล้างบาปเป็นวันเกิดที่แท้จริง) เป็นบุตรคนสุดท้องของบิดานิโกลา (Nikola) กับมารดา ดราเน (Drane Bojaxhiu) ครอบครัวชนชั้นกลางเชื้อสายอัลเบเนีย เธอมีชื่อเดิมว่า "แอ็กเนส กอนจา โบยาจู" (Agnes Gonxha Bojaxhiu) มีบิดาเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัดในหลักศาสนา ซึ่งทำให้ตั้งแต่วัยเด็กแอ็กเนสชอบไปโบสถ์ฟังบาทหลวงเทศน์มาโดยตลอด
ขณะแอ็กเนสมีอายุ 9 ปี ในปี พ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919) บิดาของเธอได้เสียชีวิตลง แต่ความอบอุ่นภายในครอบครัวที่แอ็กเนสได้รับก็ไม่ได้ลดลง ด้วยเพราะมารดายังให้ความรักความอบอุ่นและการเลี้ยงดูที่ดีมาตลอด แอ็กเนสเติบโตขึ้นเป็นเด็กร่าเริง และมีสุขภาพดี และไม่นานต่อมาเธอก็ได้รู้จักกับประเทศอินเดีย แต่ก็ได้รู้ว่าอินเดียในขณะนั้นมีระบบสาธารณูปโภคที่ยังล้าหลังอยู่มาก มีคนยากไร้มากมายในประเทศที่ต้องทนทรมาน และเริ่มสงสัยว่า จะมีวิธีใดบ้างไหมที่เธอจะได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากในอินเดีย ซึ่งในช่วงเวลานี้นี่เองที่แอ็กเนสเริ่มมีความคิดที่จะบวชเป็นแม่ชี
ในปี พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) แอ็กเนสตัดสินใจขออนุญาตครอบครัวเพื่อขอบวชเป็นแม่ชี ตอนแรกครอบครัวคัดค้าน แต่ต่อมาไม่กี่วันทางครอบครัวก็ยอมให้เธอบวช แอ็กเนสเดินทางไปบวชที่อารามโลเรโต (Loreto Abbey) ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งการลาจากจากครอบครัวของเธอในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าของแม่และน้องสาว  แอ็กเนสตั้งใจศึกษาเล่าเรียนวิชาที่นักพรตหญิงพึงได้เรียนเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นจึงเดินทางไปยังประเทศอินเดียในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน และได้เริ่มออกเผยแผ่คำสอนในเมืองดาร์จีลิง รัฐสิกขิม ทางเหนือของประเทศอินเดีย โดยเธอได้พักอยู่ที่อารามโลเรโตที่ตั้งอยู่ที่เมืองดาร์จีลิง
พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) แอ็กเนสตัดสินใจเข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นนักพรตหญิงคณะภคินีพระนางมารีย์พรหมจารีที่อารามโลเรโต ในเมืองดาร์ลีจิงเป็นครั้งแรก และตอนนี้เองที่แอ็กเนสได้รับศาสนนาม (ชื่อทางศาสนา) ว่าภคินีเทเรซา ซึ่งมาจากนามของนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู และได้ปฏิญาณตนตลอดชีพในปี พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937)
หลังจากปฏิญาณตนตลอดชีพแล้ว แม่ชีเทเรซาได้เข้าเป็นครูวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ในโรงเรียนสตรีเซนต์มาเรีย ในเมืองเอนทาลี นครกัลกัตตา ไม่นาน ก็ได้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนสตรีเซนต์มาเรีย พาตนเองและเหล่านักเรียนผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ที่เกิดจากผลกระทบของเหตุการณ์รุนแรงและสงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอินเดียมาได้ด้วยดี

คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม

ภาพถ่ายภายในบ้านของผู้รอความตาย ที่คุณแม่เทเรซาก่อตั้งขึ้น
เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ขณะที่แม่ชีเทเรซากำลังนั่งรถไฟกลับไปยังอารามที่ทาร์จีลิง ระหว่างทางเธอก็ได้ยินพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งเนื้อหาที่พระเจ้าพูดกับแม่ชีเทเรซาในขณะนั้น ทำให้แม่ชีเทเรซาตัดสินใจขออนุญาตไปทำงานในสลัม เพื่อช่วยเหลือคนยากจน แต่การทำแบบนั้นถ้าหากทำโดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษจะถือว่ามีความผิดทางศาสนา แม่ชีเทเรซาจึงขอให้ท่านมุขนายก ขอร้องไปยังพระสันตะปาปา ให้อนุญาตแม่ชีเทเรซาเป็นกรณีพิเศษ
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) แม่ชีเทเรซาได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ไปทำงานในสลัมได้ แต่ก่อนนั้นต้องให้มีความรู้เพียงพอเสียก่อน ซึ่งเธอก็ได้เดินทางไปศึกษาวิชาพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองปัตนา รัฐพิหาร เมื่อศึกษาจบแม่ชีเทเรซาก็ได้ก่อตั้งโรงเรียนกลางแจ้งในสลัม มีเด็กๆ ให้ความสนใจมาเรียนเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีศิษย์เก่าจากโรงเรียนสตรีเซนต์มาเรียมาขอบวชเป็นผู้ช่วยแม่ชีเทเรซา โดยคนแรกที่มาขอบวช คือ "สวาชินี ดาส" เมื่อบวชแล้วได้รับสมญาทางศาสนาว่า "ภคินีอักเนส" และไม่นานก็มีศิษย์เก่ามาบวชเพิ่มอีกถึง 10 คน
ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) ท่านอาร์ชบิชอปได้ตั้งกลุ่มของแม่ชีเทเรซาให้เป็นคณะนักบวชคาทอลิก มีชื่อว่า "คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม"[11] (Missionaries of Charity) โดยแม่ชีเทเรซาได้เป็นมหาธิการิณี ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาผู้คนส่วนใหญ่มักเรียกแม่ชีเทเรซาว่า คุณแม่เทเรซา (Mother Teresa)
วันหนึ่งแม่ชีเทเรซาได้คิดที่จะสร้างบ้านหลังหนึ่ง เพื่อให้ผู้หิวโหยที่นอนรอความตายอยู่ข้างถนนนั้นได้มานอนตายอย่างสงบ และด้วยเหตุนี้ท่านจึงขอยืมเทวสถานพระแม่กาลีของศาสนาฮินดูใช้เป็น "บ้านของผู้รอความตาย" (Home for the Dying) โดยเริ่มเปิดใช้ในปี พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) แต่ชาวฮินดูพอสมควรที่ไม่เห็นด้วยกับการที่คุณแม่เทเรซาซึ่งเป็นชาวคริสต์ จะมาใช้เทวสถานของชาวฮินดูเป็นสถานที่ แต่เมื่อผู้บัญชาการตำรวจเข้าไปคุยกับคุณแม่เทเรซา ก็ได้ผลสรุปว่าคุณแม่เทเรซายังใช้สถานที่เทวสถานกาลีอยู่ได้ต่อ
เมื่อปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) มีผู้ใจบุญบริจาคบ้านให้แก่คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมเพื่อให้ทางคณะฯ ได้ใช้งานบ้านให้เป็นประโยชน์ต่อคุณแม่เทเรซาและส่วนรวม คุณแม่เทเรซาได้ตัดสินใจใช้บ้านหลังนี้ในการรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ตั้งชื่อว่า "บ้านเด็กดวงหทัยนิรมล" (Children's Home of the Immaculate Heart) [12]
พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) คุณแม่เทเรซาเริ่มใช้รถพยาบาลเคลื่อนที่ออกรักษาผู้ป่วยที่เป็นชาวไร่ชาวนา โดยโรคที่ชาวไร่ชาวนาป่วยมากที่สุดคือ โรคเรื้อน แต่ในช่วงนั้นสังคมอินเดียยังมองเห็นผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ผู้ป่วยโรคเรื้อนจึงคิดว่าคนเองไม่มีค่า คุณแม่เทเรซาจึงเริ่มคิดถึงปัญหานี้
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) ที่ทำการของแม่ชีเทเรซาที่อยู่นอกประเทศอินเดียเริ่มเปิดทำการ มีทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย
ไม่กี่ปีต่อมา ผู้ว่าการรัฐเบงกอลตะวันตกได้ให้คุณแม่เทเรซายืมใช้แปลงที่ดินที่เมืองอาซันซอลขนาด 140,000 ตารางเมตร (ประมาณ 87.5 ไร่) เพื่อให้ใช้เป็นสถานสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเรื้อน คุณแม่เทเรซาได้แบ่งสรรที่ดินไว้อย่างลงตัว แต่ไม่มีเงินจะสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ได้ออกแบบไว้ คุณแม่เทเรซานั่งครุ่นคิดอยู่สักพักก็นึกขึ้นได้ว่าพระสันตะปาปาเคยมอบรถยนต์เปิดประทุนสีขาวบริสุทธิ์ชั้นดี ถ้าขายเฉยๆ จะได้ราคา 100,000 รูปี (ประมาณ 400,000 บาท) แต่นั่นยังไม่เพียงพอ คุณแม่เทเรซาตัดสินใจทำสลาก โดยเอารถคันนั้นเป็นรางวัล ทำสลาก 5,000 ใบ ขายสลากใบละ 100 รูปี (ประมาณ 400 บาท) ใครถูกรางวัลจะได้รับรถพระสันตะปาปาไป การขายสลากแบบนี้ คณะมิชชันนารีของคุณแม่เทเรซา ได้รับเงินถึง 500,000 รูปี (ประมาณ 2,000,000 บาท) ในที่สุดคณะมิชชันนารีของคุณแม่เทเรซาก็ได้สร้างที่ดินขนาดกว่า 80 ไร่ ให้เป็นหมู่บ้านในฝันของผู้ป่วยโรคเรื้อนได้สำเร็จใน พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) ตั้งชื่อว่า "หมู่บ้านสันติสุข" มีทั้งโรงพยาบาลและที่อยู่ทั้งสำหรับเหล่าแม่ชีและเหล่าผู้ป่วย มีผู้ป่วยโรคเรื้อนขอเข้ารับการรักษาที่หมู่บ้านสันติสุขนี้มากกว่า 15,000 คน
ไม่นานหลังจากนั้น แม่ชีเทเรซา ก็เปิดที่ทำการอีกแห่งหนึ่ง คราวนี้เป็นการนำกาบมะพร้าวมีรีไซเคิล โดยนำใยมะพร้าวด้านในมาผลิตเป็นสินค้า ตั้งแต่แปรงขัดหม้อ จนถึงพรมนุ่ม ๆ สินค้าบางชิ้นมีคุณภาพดี ก็สามารถนำไปขายในเมืองได้
ไม่นานต่อมา คุณแม่เทเรซาเมื่อรู้ว่า สายการบินต่างๆ จะจัดการอาหารที่ผู้โดยสารกินเหลือโดยการทิ้งทั้งหมด จึงไปขอให้บริษัทสายการบินแอร์อินเดีย มอบอาหารที่ผู้โดยสารกินเหลือมาเป็นอาหารแก่เด็กๆ ใน บ้านเด็กใจบุญ
ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) คุณแม่เทเรซาได้รับเกียรติให้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในฐานะ "สำหรับการอาสาต่อสู้เพื่อลดความยากจนทุกข์ยากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำไปสู่ความสงบสุขและสันติ" (for work undertaken in the struggle to overcome poverty and distress, which also constitute a threat to peace.) นอกจากนี้ คุณแม่เทเรซาปฏิเสธงานเลี้ยงฉลองที่ท่านได้รับรางวัลโนเบล และขอให้ผู้ที่ทำเค้กฉลองมาแล้ว นำเค้กไปมอบให้คนยากคนจน
คุณแม่เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ซึ่งก็ได้ตระเวนปราศรัยไปตามที่ต่างๆ ในประเทศ เนื้อหาส่วนใหญ่คือ ความเหลื่อมล้ำในสังคม การรังเกียจคนจรจัด การกลั่นแกล้งประทุษร้ายกันในญี่ปุ่น
พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) อิสราเอลมีสงครามกับองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ จนเกิดการสู้รบรุนแรงในแถบเอเชียตะวันตก คุณแม่เทเรซาก็เดินทางเข้าไปเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ติดค้างในสถานที่ต่างๆ มาได้ 37 คน
แม่ชีเทเรซา รับของขวัญจากประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985)

บั้นปลายชีวิต

พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) ขณะคุณแม่เทเรซาไปเยี่ยมสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่งในอิตาลี ท่านก็เริ่มป่วยเป็นโรคหัวใจ และมีอาการกำเริบครั้งแรก โดยมีหัวใจเต้นอ่อนเกินไป แต่ปลอดภัย หลังจากนั้น คุณแม่เทเรซาก็ทำงานอยู่เหมือนปกติ แต่อาการโรคหัวใจก็มาเยือนอยู่เรื่อยๆ จนในที่สุด คุณแม่เทเรซา ได้ยื่นจดหมายต่อพระสันตะปาปา ว่า ขอลาออกจากตำแหน่งมหาธิการิณีคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม พร้อมกับอยากให้มีการเลือกตั้งขึ้นเพื่อเลือกผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งจากตน ตอนแรกเหล่าภคินีต่างคัดค้าน แต่เมื่อรู้ว่าคุณแม่เทเรซาจะให้จัดการเลือกตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง จึงเทคะแนนเสียงให้คุณแม่เทเรซา แล้วผลการเลือกตั้งก็คือคุณแม่เทเรซาก็ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นมหาธิการิณีคณะฯ อีกครั้ง
การทำงานของท่านก็มีอาการโรคหัวใจกำเริบมารบกวนท่านบ่อยขึ้น อาการป่วยในระดับหนักมากเกิดขึ้นกับแม่ชีเทเรซาอีกใน พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) และอีกครั้งใน พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) หลังจากนั้น คุณแม่เทเรซา ก็ป่วยหนักถึงขนาดล้มหมอนนอนเสื่อ ลุกนั่งไม่ได้
เมื่อคุณแม่เห็นว่าตนคงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) จึงได้ลาออกจากตำแหน่งมหาธิการิณีคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมอีกครั้ง ครั้งนี้เหล่าแม่ชีเห็นว่า คุณแม่เทเรซาควรได้พักผ่อน เพื่อต่อสู้กับโรคร้าย จึงไม่คัดค้านในการลาออกของคุณแม่เทเรซา และไม่เทคะแนนเสียงให้คุณแม่เทเรซา เพื่อให้คุณแม่ได้พักรักษาตัวไม่ต้องมีภารกิจ ดังนั้นภคินี นิรมลาจึงได้รับเลือกเป็นมหาธิการิณีคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมแทนคุณแม่เทเรซา
5 เดือนครึ่งต่อมา ในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) คุณแม่เทเรซาได้ถึงแก่กรรมลงที่บ้านของคุณแม่ในอินเดีย ขณะอายุ 87 ปี กับอีก 10 วัน โดยคำพูดคำสุดท้ายที่คุณแม่ได้พูดออกมาคือ "หายใจไม่ออกแล้ว" [13] ทางการอินเดียได้จัดพิธีศพของคุณแม่เทเรซาอย่างยิ่งใหญ่ เป็นงานศพระดับชาติ (งานศพของบุคคลที่ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อประเทศนั้นๆ) ของทางการอินเดีย
ในช่วงเวลาที่คุณแม่เสียชีวิต คณะมิชชันนารีแห่งความรักของพระเจ้ามีแม่ชีมากว่า 4,000 คนและอาสาสมัครกว่าอีก 1 แสนคน ซึ่งอัตรานี้ครอบคลุมไปถึงกว่า 610 แห่ง 123 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันร่างของแม่ชีนอนหลับอยู่ที่บ้านคุณแม่ในอินเดีย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ได้ประกาศให้คุณแม่เป็นบุญราศี ต่อมาในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ประกาศให้คุณแม่เป็นนักบุญ

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

One trick TOEFL



วิชามารจำ adj. V.ing, V.ed สุดงง interesting, interested แปลว่าอะไร?

Special Verb ที่บอกความรู้สึกต่างๆเช่น 
interest (v.) ทำให้สนใจ
confuse (v.) ทำให้งง 
excite (v.) ทำให้ตื่นเต้น

เวลาเป็น adj. มีสูตรจำขั้นเทพดังนี้

V.ing = ให้จำว่า สะดีด สะ"ดิ้ง" "น่า"ตบมากๆ (สวมบทนางร้าย)

ดังนั้น interesting (adj.) น่าสนใจ
confusing (adj.) น่าสับสน
exciting (adj.) น่าตื่นเต้น

V.ed = ให้จำว่า ด่าเพื่อนว่า "อีดี" ฟังแล้ว "รู้สึก" แย่ ทำไม่ต้องขึ้น ไอ้-อี

ดังนั้น interested (adj.) รู้สึกสนใจ
confused (adj.) รู้สึกสับสน
excited (adj.) รู้สึกตื่นเต้น




จำการใช้ Present Simple Tense ระดับ advance ใน 1 นาที!

Present Tense (S + V.1) = 3 ปจ. 1 ร.
ประจำ - She goes to school every day.
ปัจจุบัน - He teaches English at this school
เป็นจริง - The sun rises in the East.

และ
อนาคต รถวิ่ง (บอกตารางเวลา)
The train to Busan leaves at 2 pm.




So VS. Such

So + adj. ได้เลย เช่น She is so adorable.

Such + (a/an) + adj. + N. = มี such ต้องมี N. เสมอ ให้จำว่า such คือ สัตว์ สัตว์เป็นคำนาม

She is such an adorable girl.





ให้จำประโยคเด็ด 1 ประโยคนี้ แล้วจะใช้ 2 คำนี้ ไม่ผิด

"I wear my everyday clothes every day."

everyday (adj.) normal ธรรมดา, ปกติ ใช้ขยายคำนาม (วางหน้าคำนาม)

every day (adv. of frequency) daily ทุกๆวัน ใช้บอกความถี่



An - other ให้จำว่า มี an + คำนามเอกพจน์
Do you want another cup of coffee?

Other เลย + คำนามพหูพจน์
We have other cups if you don't like this one.

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อ่านไม่ทันมา! สรุปคำศัพท์ฉบับเร่งรัด PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส ! ‪#‎dek59‬ ‪#‎pat7‬

สวัสดีค่ะน้องๆที่น่ารักทุกคนนนนน เป็นยังไงบ้างกับการสอบ GAT/PAT ?
นี่ก็เป็นการสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2559 เเล้วนะคะ เป็นครั้งสุดท้ายเเล้วสำหรับเด็กๆ 59 !! 
เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยนะคะ วันนี้พี่เคลียร์ ก็มีสรุปเตรียมความพร้อมก่อนสอบมาให้น้องๆ อีกเช่นเคย 
ช่วงเวลาสำคัญเเบบนี้เราไม่พลาดอยู่เเล้ว อิอิ แม้เวลาจะมีน้อย จะสอบวันพรุ่งนี้ วันมะรืน เเต่ก็ใช่ว่าเราจะอ่านไม่ทันนะ! ใครที่รู้สึกไม่พร้อมอย่างเเรงงงงงนั้น โปรดจงตามพี่มาา 
สำหรับโน้ตสรุป ฉบับเร่งรัดในวันนี้ พี่ขอนำเสนอ
GAT/PAT ศัพท์ภาษาฝรั่งเศษ 1 และ 2 เอามาฝากกันทั้งสองพาร์ท

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ศัพท์ภาษาอังกฤษ 100 คำ ที่ออกสอบบ่อย !!!!

สุดยอด! ศัพท์ภาษาอังกฤษ

1. Accolade (n.): (แอคโคแลดด์)
หมายถึง การได้รับเกียรติ
ความหมายคล้ายคำว่า strong, praise 

2. Acrimony (n.): (แอค'ริโมนี)
หมายถึง ความรุนแรง, ความดุเดือด, ความเหี้ยม
ความหมายคล้ายคำว่า bitterness, ill will

3. Angst (n.): (อางสท์) 
หมายถึง ความเป็นทุกข์, ความเป็นห่วง, ความกังวล
ความหมายคล้ายคำว่า feeling of anxiety, agony, dread

4. Anomaly (n.): (อะนอร์'เมิล)
หมายถึง ความผิดปกติ, สิ่งที่แปลกประหลาด
ความหมายคล้ายคำว่า abnormal, abnormality

5. Antidote (n.): (แอนทีโด้ท) 
หมายถึง ยาแก้พิษ, ยาถอนพิษ, ยาทำลายพิษ
ความหมายคล้ายคำว่า cure, remedy

6. Avant-Garde (n.): (อะวานท์-การ์ด)
หมายถึง กองหน้า,กลุ่มหน้า มีกิริยาก๋ากั่น, แต่งกายทันสมัย, เปรี้ยวจี๊ด, กลุ่มล้ำยุค
ความหมายคล้ายคำว่า forward-looking

7. Bona Fide (n.): (โบนา ฟายด์)
หมายถึง แท้จริง, จริงใจ, โดยสุจริต
ความหมายคล้ายคำว่า actual, genuine, true, valid

8. Bourgeois (n.): (บัว'จวา'ซี)
หมายถึง ชนชั้นกลาง 
ความหมายคล้ายคำว่า commonplace

9. Bravado (n.): (บระวา'โด)
หมายถึง ความอวดกล้า, ความองอาจ, ความอาจหาญ, การวางก้าม
ความหมายคล้ายคำว่า bluster, blowing, bluff

10. Brogue (n.): (โบรก) 
หมายถึง สำเนียงท้องถิ่น,สำเนียงบ้านนอก,สำเนียงพื้นบ้าน
ความหมายคล้ายคำว่า accent, dialect

11. Brusque (adj.): (บรัสค์)
หมายถึง ยาบ,ห้วน,หุนหัน,รับ,ตึงตัง
ความหมายคล้ายคำว่า curt, surly, blunt

12. Byzantine (adj.): (ไบแซนไทน์)
หมายถึง เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมศตวรรษที่ 5-15 ของอาณาจักร Byzantine มีอีกความหมายว่า ยุ่งยาก
ความหมายคล้ายคำว่า complex, complicated

13. Cacophony (n.): (คะคอฟ'ฟะนี)
หมายถึง เสียงแหบ, เสียงห้าว, เสียงที่ไม่ประสานกัน
ความหมายคล้ายคำว่า noise, discord, dissonance 

14. Camaraderie (n.): (คามะราดรี)
หมายถึง ความเป็นมิตร, ความเป็นมิตร
ความหมายคล้ายคำว่า companionship, intimacy

15. Capricious (adj.): (คะพริซ'เชียส)
หมายถึง ม่แน่นอน,ตามอารมณ์, เอาแต่ใจ,ตามอำเภอใจ
ความหมายคล้ายคำว่า careless, unstable

16. Carte blanche (n): (ค้านท์ แบรช์)
หมายถึง การให้อำนาจเต็ม, การมีอิสระที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ความหมายคล้ายคำว่า complete authority 

17. Catch-22: ([แคช-ทเวนตี้ทู)
หมายถึง เหตุการณ์ที่เมื่อสิ่งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เป็นผลต่อเนื่องกัน
คำนี้จความหมายคล้ายคำว่า no-win situation

18. Caustic (adj.): (คอส'ทิค)
หมายถึง ซึ่งสามารถทำลายหรือกัดกร่อนได้ 
ความหมายคล้ายคำว่า burning, corrosive, acid

19. Charisma (n.): (คะริซ'มา)
หมายถึง เสน่ห์, พรสวรรค์, ความสามารถพิเศษ, คุณสมบัติพิเศษในการดึงดูดใจคนจำนวนมาก
ความหมายคล้ายคำว่า allure, glamour, appeal, magnetism

20. Cloying (adj.): (คลอย)
หมายถึง หวานเกินไป
ความหมายคล้ายคำว่า sickly sweet, sappy, saccharine

21. Déja vu (n.): (เดจา วู)
หมายถึง ภาพหรือเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าเคยเห็นหรือประสบมาก่อน
ความหมายคล้ายคำว่า famaliity

22. Dichotomy (n.): (ไดคอทามี)
หมายถึง การแบ่งครึ่งแยกกลุ่มที่แตกต่างออกจากกัน, การแบ่งขั้ว
ความหมายคล้ายคำว่า disagree, disunion, difference of opinion

23. Dilettante (n.) (adj.): (ดิล'ลิทานท์)
หมายถึง ผู้รู้อย่างผิวเผิน,ผู้รักศิลปะ,นักสมัครเล่น
ความหมายคล้ายคำว่า (adj.) amateurish, (n.) amateur

24. Disheveled (adj..)เศร้าดิสเชฟ'เวิลด์)
หมายถึง ยุ่งเหยิง,ยู่ยี่,ไม่เรียบร้อย,เป็นกระเซิง
ความหมายคล้ายคำว่า wrinkled, messy, rumpled

25. Elan (n.): (เอแลน)
หมายถึง ความฮึกเหิม,ความเร่าร้อน
ความหมายคล้ายคำว่า liveliness, vivacity, dash

26. Ennui (n.): (อานวี)
หมายถึง การเบื่อชีวิตเนื่องจากขาดความตื่นเต้น
ความหมายคล้ายคำว่า boredom, apathy, sadness

27. Epitome (n.): (อีพิท'ทะมี)
หมายถึง ตัวอย่างที่ชัดเจ 
ความหมายคล้ายคำว่า perfect example

28. Equanimity (n.): (อีควอนิม'มิที)
หมายถึง ความใจเย็น,ความสงบใจ, ความมีใจมั่นคง
ความหมายคล้ายคำว่า calmness, composure, levelheadedness

29. Equivocate (v.): (อีควิฟ'โวเคท)
หมายถึง พูดอ้อมค้อม, พูดสองนัย, พูดสองแง่สองง่าม, พูดกำกวม
ความหมายคล้ายคำว่า beat around the bush, dodge

30. Esoteric (adj.): (เอสซะเทอ'ริค) 
หมายถึง ลึกลับ,ลับเฉพาะ, ซึ่งรู้เฉพาะไม่กี่คน, ซึ่งรู้ในวงจำกัด,เป็นความลับ
ความหมายคล้ายคำว่า obscure, mysterious, arcane

31. Euphemism (n.): (ยู'ฟะมิสซึม)
หมายถึง การใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่สละสลวย, ศัพท์หรือภาษาที่นุ่มนวล
ความหมายคล้ายคำว่า delicacy, nice way of saying something

32. Exacerbate (v.): (อิกแซส'เซอเบท)
หมายถึง ทำให้หนักขึ้น, ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้โกรธเคือง, ทำให้ช้ำ, ทำให้แย่ลง
ความหมายคล้ายคำว่า aggravate, make worse, intensify

33. Fait accompli (n.): (เฟทา'คอมพลี)
หมายถึง สิ่งที่ทำสำเร็จไปแล้ว, สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
ความหมายคล้ายคำว่า accomplished fact, certainty, cold hard facts

34. Fastidious (adj.): (ฟัสทิด'เดียส)
หมายถึง เอาใจยาก, จู้จี้พิถีพิถัน
ความหมายคล้ายคำว่า very careful, fussy, particular

35. Faux pas (n.): (โฟพา')
หมายถึง ความประพฤติผิด,ความผิดพลาด
ความหมายคล้ายคำว่า blooper, blunder, social error 

36. Fiasco (n.): (ฟิแอส'โค)
หมายถึง ความล้มเหลวอย่างมาก, ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ความหมายคล้ายคำว่า disaster, failure, catastrophe

37. Finagle (v.): (เฟเนโก) 
หมายถึง โกง, หลอกลวง
ความหมายคล้ายคำว่า cheat, deceive, obtain by indirect 

38. Freudian slip (n.): (ฟรอย'เตียน สลิป)
หมายถึง เผลอหลุดปากไป 
ความหมายคล้ายคำว่า slip of the tongue

39. Glib (adj.): (กลิบ)
หมายถึง พูดคล่อง,กะล่อน
ความหมายคล้ายคำว่า persuasive, smooth, slick

40. Gregarious (adj.): (กริแก'เรียส)
หมายถึง ชอบสังคม,จับกันเป็นกลุ่ม
ความหมายคล้ายคำว่า convivial, sociable

41. Harbinger (n.): (ฮาร์'บินเจอร์)
หมายถึง ผู้นำ, ผู้เบิกทาง, ผู้นำมา, ผู้ไปล่วงหน้า, ผู้สืบข่าวที่ไปล่วงหน้าก่อน, สมาชิกของกองหน้า, ผู้คาดการณ์ล่วงหน้า, ผู้รุกไปข้างหน้า 
ความหมายคล้ายคำว่า forerunner, herald, portent, omen

42. Heresy (n.): (เฮ'ระชี่)
หมายถึง ความคิดเห็นคิดนอกรีต, ความคิดนอกคอก, ความนอกศาสนา
ความหมายคล้ายคำว่า defection, misbelief

43. Hypocrisy (n.): (ฮิพอค'ระซี): 
หมายถึง ความเจ้าเล่ห์, การเสแสร้ง, การแสร้งทำ, การหลอกลวง
ความหมายคล้ายคำว่า deceitfulness, fraud, dishonesty

44. Idiosyncratic (n.): (อิดดีโอซิง'คระทิค)
หมายถึง ลักษณะเฉพาะ, คุณสมบัติเฉพาะ, นิสัยเฉพาะ, สำนวนเฉพาะ, การตอบสนองเฉพาะ, การแพ้ยาเฉพาะ
ความหมายคล้ายคำว่า individual, personal, distinctive, eccentric, peculiar

45. Idyllic (adj.): (ไอเดียวลิค)
หมายถึง พรรณนาสั้นๆ,งดงาม,ชวนตาชวนใจ
ความหมายคล้ายคำว่า perfect, peaceful, idealized

46. Infinitesimal (adj.): (อินฟินิทิส’ซีโม)
หมายถึง เล็กน้อยมาก, เล็กน้อยจนวัดไม่ได้
ความหมายคล้ายคำว่า small, insignificant, microscopic

47. Insidious (adj.): (อินซิด'เดียส) 
หมายถึง มีเล่ห์กระเท่ห์ร้ายกาจ,ลับ ๆ ,หลอกลวง
ความหมายคล้ายคำว่า sinister, menacing

48. Junket (n.): (จังค์เก็ต)
หมายถึง การไปเที่ยว
ความหมายคล้ายคำว่า journey 

49. Litany (n.): (ลิท'ทะนี)
หมายถึง การสวดมนตร์,การอธิษฐาน,เพลงสวด
ความหมายคล้ายคำว่า catalogue, recitation

50. Lurid (adj.): (เลอ'ริด) 
หมายถึง แดงฉาน, สว่างไสวอย่างน่ากลัว, น่าขนลุก, น่ากลัว, เสียวสยอง, ฉูดฉาดเกินไป
ความหมายคล้ายคำว่า shocking, explicit, vivid, sensational, shocking, gruesome

51. Kitsch (n.): (คิช)
หมายถึง ศิลปะหรือวรรณคดีไร้ค่าหรือมีค่าต่ำ
ความหมายคล้ายคำว่า Camp, corny 

52. Machiavellian (adj.): (แมคคีอะเวลีเอียน) 
หมายถึง ซึ่งมีเล่ห์เหลี่ยม
ความหมายคล้ายคำว่า cunning, scheming

53. Malaise (n.): (มะเลซ')
หมายถึง อาการป่วยไข้, ความกังวลใจ, ความรู้สึกไม่สบาย
ความหมายคล้ายคำว่า depression, sickness

54. Mantra (n.): (แมนทรา) หรือ (มอนทรา)
หมายถึง เวทย์มนต์
ความหมายคล้ายคำว่า chant, hymn, melody

55. Malinger (v.): (มะลิน'เจอะ)
หมายถึง แกล้งป่วย การเสแสร้ง, การแกล้งทำ
ความหมายคล้ายคำว่า evade, fake

56. Maudlin (adj.): (มอด'ลิน)
หมายถึง สะอึกสะอื้น, ซึ่งทำให้เศร้า, ชวนให้เศร้า
ความหมายคล้ายคำว่า overly sentimental, mawkish, soppy

57. Mercenary (adj.): (เมอ'ซะเนอรี)
หมายถึง ทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น, โลภ,เห็นแก่เงิน.
ความหมายคล้ายคำว่า selfish, greedy for money

58. Minimalist (adj.): (มิน'นะเมิลลิส)
หมายถึง ศิลปินที่แสดงแนวคิดง่ายๆ หรือใช้สิ่งของแสดงงานน้อยชิ้น
ความหมายคล้ายคำว่า minimal, essential

59. Misnomer (n.): (มิสโน'เมอะ)
หมายถึง การเรียกชื่อผิด
ความหมายคล้ายคำว่า mistake

60. Narcissist (n.): (นาซิสสิซท์)
หมายถึง egotist, boaster
ความหมายคล้ายคำว่า การหลงตัวเอง

61. Nirvana (n.): (เนอร์วา'นะ)
หมายถึง สวรรค์ นิพพาน
ความหมายคล้ายคำว่า enlightenment, heaven

62. Non Sequitur (n.): (นอน แซคควิเทอร์)
หมายถึง คำพูดที่ไม่มีเหตุผล 
ความหมายคล้ายคำว่า fallacy, falsehood, deception

63. Nouveau Riche (n.): (นูโว รีชช์)
หมายถึง เศรษฐีใหม่, ผู้ที่เพิ่งร่ำรวยขึ้นมา, คนมั่งมีที่ไม่ได้สืบเชื้อสายมากจากตระกูลเก่าแก่ 
ความหมายคล้ายคำว่า new money, newly rich

64. Obfuscate (v.): (ออบฟัส'เคท')
หมายถึง ทำให้ยุ่งเหยิง, ทำให้สับสน
ความหมายคล้ายคำว่า confuse, baffle, perplex

65. Oblivion (n.): (อับลิฟ'เวียน)
หมายถึง การถูกลืม, การสูญจากความทรงจำ, การให้อภัย, การไม่เอาโทษ
ความหมายคล้ายคำว่า unconsciousness, carelessness

66. Ogle (v.): (โอ'เกิล)
หมายถึง จ้องมองด้วยความปรารถนา
ความหมายคล้ายคำว่า stare

67. Ostentatious (adj.): (ออสเทนเท'เชิส) 
หมายถึง โอ้อวด,เอาหน้า,ซึ่งแสดงออก โอ้อวด
ความหมายคล้ายคำว่า showy, flamboyant, pretentious, grandiose

68. Ostracize (verb): (ออส'ทระไซซ) 
มายถึง เอาออกไปจากสังคม, เนรเทศ, เอาออก, ตัดสิทธิ์, ขับไล่
ความหมายคล้ายคำว่า exclude, shun, snub

69. Oxymoron (n.): (ออกซิโมรอน) 
หมายถึง คำพูดหรือวลีทมาจากการนำคำความหมายตรงข้ามกันมารวมกัน
คำนี้เป็นคำที่เฉพาะค่ะ เลยหาคำใกล้เคียงยากนิดนึงจ๊ะ

70. Panacea (n.): (แพนนะเซีย) 
หมายถึง ยาแก้สารพัดโรค
ความหมายคล้ายคำว่า cure-all, magic potion, universal remedy

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทำความรู้จักกับ มาตรา 44 ใช้แทนกฎอัยการศึก

ทำความรู้จักกับ มาตรา 44 ใช้แทนกฎอัยการศึก
หลังจาก ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ มาทำความรู้จักกับมาตรา 44 ในแบบฉบับง่ายๆ ว่ามีอะไรบ้าง
มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 กับการประการใช้แทน กฎอัยการศึก เมื่อค่ำของวันที่ 1 เมษายน 2558 และมีผลบังคับใช้ทันที สาระสำคัญมีอะไรบ้างนั้นมาดูเพื่อทำความเข้าใจให้ง่ายขึ้น  
"มาตรา 44" กับ "กฎอัยการศึก" จากภาพรวมค่อนข้างเหมือนกันแต่จะแตกต่างในทางรายละเอียด ตรงที่ กฎอัยการศึก มีบทบัญญัติที่ชัดเจน แต่มาตรา 44 ขอบเขตอำนาจนั้นกว้างกว่า ในเรื่องของอำนาจ กฎอัยการศึก ให้อำนาจแก่ทหาร แต่ มาตรา 44 มีอำนาจทั้งนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
ความเหมือนคือ ยังคงห้ามไม่ให้ชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนเช่นเดิม
นอกจากนี้ ทุกการกระทำของ คสช. จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและไม่ต้องรับโทษใดๆ ตามที่อาจจะเกิดขึ้นตลอดการบังคับใช้มาตรา 44 โดยมีรายละเอียดดังนี้
ใครบ้างที่มีอำนาจหน้าที่ภายใต้มาตรา 44 ?
มาตรา 44 ระบุว่า "ข้าราชการทหาร" ตั้งแต่ยศร้อยตรี,เรือตรี หรือ เรืออากาศตรี เป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย และยศต่ำกว่านี้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกฎหมายระบุให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นพนักงานฝ่ายปกครองได้ในคราวเดียวกัน มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ถือเป็นความผิด
ทั้งนี้ มาตรา 44 ได้มอบอำนาจให้กับข้าราชการทหาร ในการปราบปรามการกระทำผิดที่ระบุไว้ข้างต้น ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1). เรียกให้มารายงานตัว ส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐาน ที่เกี่ยวกับการกระทำผิดข้างต้น ในกรณีที่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น มาตรา 44 กำหนดให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวบุคคลดังกล่าวไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน ในที่ที่ไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง หรือเรือนจำ
ทั้งนี้ การขึ้นศาลทหาร จำกัดไว้เพียงบุคคลที่กระทำผิดต่อความมั่นคงของประเทศเท่านั้น 
2). จับกุมได้ทันทีเมื่อทำความผิดข้างต้นแบบซึ่งหน้า และนำส่งเจ้าพนักงานสืบสวนให้ดำเนินการต่อไป
3). มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าไปร่วมสืบสวน โดยให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ทหารเป็นพนักงานสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
4). ตรวจค้นตัวบุคคล ที่อยู่อาศัย หรือยานพาหนะของบุคคลใดก็ตามที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดที่ได้ระบุไว้ข้างต้น โดยไม่ต้องขอหมายค้นจากศาล
5). เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์ที่พบจากข้อ 4)
6). เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจทุกประการ หาก คสช. มอบหมายให้ทำ หรือก็คือมีอำนาจหน้าที่แบบครอบจักรวาลนั่นเอง
มาตรา 44 ยังระบุว่า คสช. มีอำนาจออกคำสั่งห้ามสื่อนำเสนอข่าวอะไรก็ตามที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ภายใต้อำนาจนี้ สื่อที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล อาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้ หาก คสช. เห็นว่าส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของขาติ
นอกจากนี้ การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ถือเป็นความผิดตามมาตรา 44 มีโทษจำคุก และปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ