วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Schengen Visa

วีซ่า

วีซ่าเชงเก็น

1. วีซ่าเชงเก็นคืออะไร?

ปัจจุบัน เขตเชงเก็นประกอบด้วยประเทศในยุโรป 26 ประเทศ ในจำนวนนี้มี 22 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ทั้ง 26 ประเทศนี้มีนโยบายด้านวีซ่าร่วมกัน ซึ่งหมายความว่า จะไม่มีการขอตรวจวีซ่าที่ชายแดนของแต่ละประเทศ
“ประเทศเชงเก็น” ทั้ง 26 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สโลวีเนีย สเปน และสวีเดน และอีกสามประเทศนอกสหภาพยุโรปได้แก่ นอร์เว ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
บุคคลที่ได้รับวีซ่าเชงเก็นสำหรับประเทศที่กล่าวไว้ข้างต้น จะสามารถเดินทางได้โดยเสรีไปยัง 26 ประเทศเชงเก็น โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับประเทศดังกล่าวแต่ละประเทศ

2. มีวีซ่าเชงเก็นประเภทใดบ้าง?

วีซ่าเชงเก็นมี 3 ประเภท ได้แก่:
  • วีซ่าพำนักระยะสั้น (ประเภท "C") วีซ่าประเภทนี้จะออกให้กับการเดินทาง 1 ครั้ง 2 ครั้งหรือหลายครั้ง โดยมีระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักแตกต่างกันออกไป แต่ไม่เกิน 3 เดือนในช่วงเวลา 6 เดือน   
  • วีซ่าเดินทางผ่าน (ประเภท "B") วีซ่าประเภทนี้จะออกให้กับบุคคลซึ่งเดินทางผ่านประเทศเชงเก็นประเทศใดประเทศหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งประเทศก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม วีซ่าประเภทนี้จะออกให้สำหรับการเดินทางผ่าน1 ครั้ง 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นในกรณีพิเศษ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการเดินทางผ่านแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 5 วัน
  • วีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน (ประเภท "A") พลเมืองจากประเทศนอกเขตเชงเก็นบางประเทศที่ต้องการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศที่สาม และต้องการแวะเปลี่ยนเครื่ิองที่สนามบินในเขตเชงเก็นจะต้องขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน
    ทั้งนี้ พลเมืองจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประเทศเชงเก็นจะต้องใช้วีซ่าทั้งสามประเภทเหมือนกัน

3. ขอวีซ่าเชงเก็นได้ที่ไหน?

ท่านสามารถยื่นใบสมัครขอวีซ่าเชงเก็นได้จากสถานทูตของประเทศเชงเก็นใดก็ได้ในประเทศของท่าน หากท่านวางแผนเดินทางไปยังประเทศในยุโรปมากกว่า 1 ประเทศ ท่านสามารถยื่นใบสมัครขอวีซ่าจากสถานทูตประเทศที่ท่านวางแผนจะพำนักนานที่สุด ในกรณีที่ไม่ชัดเจนว่าท่านพำนักอยู่ในประเทศใดนานที่สุด ท่านสามารถยื่นใบสมัครขอวีซ่าเชงเก็นได้จากสถานทูตของประเทศที่ท่านจะเดินทางไปถึงเป็นประเทศแรก
4. ในการขอวีซ่าเชงเก็น จะต้องทำอย่างไรบ้าง?
ข้อกำหนดขั้นต่ำในการขอวีซ่าเชงเก็นมีดังนี้:
  • กรอกใบสมัครและลงนามในใบสมัครขอวีซ่า ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดใบสมัครจากอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • ถือครองหนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเกินกว่าช่วงเวลาที่ท่านจะพำนักอยู่ในประเทศเชงเก็น
  • ระบุวัตถุประสงค์การเดินทาง
  • สามารถแสดงให้เห็นว่ามีทรัพย์สินเพียงพอต่อการใช้จ่ายในช่วงที่พำนัก
  • มีประกันภัยการเดินทางโดยมีวงเงินประกันอย่างน้อย 30,000 ยูโร

5. มีค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเท่าไร?

ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าพำนักระยะสั้นอยู่ที่ 60 ยูโร อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในบางกรณี 
สำหรับพลเมืองของประเทศนอกสหภาพยุโรปที่มีฐานะเป็นสมาชิกครอบครัวของพลเมืองสหภาพยุโรปหรือประเทศในความตกลงเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA Agreement) ที่ใช้สิทธิ์เดินทางโดยเสรี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
นอกจากนั้น ยังยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี นักเรียน นักศึกษาระดับปริญญาโทและครูผู้ติดตามที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางการศึกษาหรืออบรม และนักวิจัยที่กำลังทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตามที่นิยามไว้ใน Recommendation 2005/761/EC
ท่านสามารถติดต่อสถานทูตประเทศที่จะเดินทางไปเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม สำหรับรายนามสถานทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในภูมิภาค  สามารถดูได้จากลิงค์ “สถานทูต”

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"มาสทริชต์" เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของเนเธอร์แลนด์

ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนของคนรักกังหันลม หรือที่หลายๆคนมักเรียกกันว่า ฮอลแลนด์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในยุโรปตะวันตกตอนเหนือ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง 





     มีคนบอกว่าถ้ามาเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ต้องไม่พลาดไปดูกังหันลมยักษ์ แต่คุณคงไม่ว่าอะไร ถ้าวันนี้เราจะพาคุณไปชมความงดงามของปราสาทสวยๆในประเทศเนเธอร์แลนด์ กันบ้าง 

     มาสทริชต์ (Maastricht) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำมิวส์ (Meuse river) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดลิมเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ 

     เมืองมาสทริชต์ เป็นที่รู้จักในเรื่องของจัตุรัสกลางเมืองที่งดงาม รวมไปถึงถนนสายโรแมนติก และสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวแรก ที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดการไปเยือน คือ การไปเยือนจัตุรัส ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง จัตุรัสวริจโทฟ( Vrijthof) จตุรัสที่มีขนาดใหญ่สุดในเมืองนั่นเอง 


     จัตุรัสวริจโทฟ เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่ง โดยสถานที่แรกที่อยากแนะนำให้คุณไปเยือนคือ มหาวิหารเซนต์ แซร์วาทิอุส (Basilica of Saint Servatius) อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่สำคัญของเหล่านักแสวงบุญ 

     โดยภายในมหาวิหารถูกใช้เป็นหลุมฝังศพของ เซนต์ แซร์วาทิอุส อีกด้วย หลังจากนั้นเดินทางไปชม โบสถ์เซนต์จอห์น โบสถ์โกธิคขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงที่โดดเด่น เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นแด่จอห์นแบ๊บติส นั่นเอง 


     ต่อมาเดินทางไปชมความงดงามของ เฮลพรูท (Helpoort) ประตูเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่13 เป็นที่มีความเก่าแก่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของหอคอยสูงตระง่านที่สามารถชมวิวเมืองได้อย่างชัดเจน โดยหอคอยแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ในช่วงกลางเดือนเมษายน จนถึงช่วงฤถูใบไม้ร่วง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. 




     จากนั้นเดินทางไปยัง สตาร์ดพาร์ค (Stadspark) สวนประจำเมืองที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งของเมืองมาสทริชต์ โดยสวนตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมิวส์ 



เฮลพรูท

     ภายในสวนนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย ที่มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ คลองน้ำ รวมไปถึงหมู่ต้นไม้และสัตว์นานาชนิด นับว่าเป็นสวนที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง 





สตาร์ดพาร์ค

     สุดท้ายไปชมความยิ่งใหญ่ของ ป้อมเซนต์ปีเตอร์ (Fort Sint-Pieter) ป้อมปราการที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยศตวรรษที่ 18 อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ทางตอนใต้ของเมือง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนมากแห่งหนึ่ง



เอดัวร์ มาแน

เอดัวร์ มาแน

Édouard Manet.jpg
เอดัวร์ มาแน (ฝรั่งเศสÉdouard Manetฟังเสียง; 23 มกราคม ค.ศ. 1832 - 30 เมษายน ค.ศ. 1883) เป็นจิตรกรสมัยอิมเพรสชันนิสม์คนสำคัญของประเทศฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความสำคัญในการเขียนภาพสีน้ำมัน ผู้เป็นจิตรกรคนแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 19ที่เขียนภาพเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไป มาแนเป็นจิตรกรคนสำคัญที่มีบทบาทในการเปลี่ยนจากการเขียนภาพแบบเหมือนจริง (Realism) ไปเป็นแบบอิมเพรสชันนิสม์
อาหารกลางวันบนลานหญ้า” (Le déjeuner sur l'herbe) และ “โอลิมเปีย” (Olympia) งานชิ้นเอกสองชิ้นของมาแนเป็นงานที่ทำให้เกิดมีความเห็นขัดแย้งกันมากและเป็นจุดที่ทำให้จิตรกรหนุ่ม ๆ รุ่นนั้นเริ่มหันมาวาดภาพอิมเพรสชันนิสม์—ซึ่งในปัจจุบันถือกันว่าเป็นจุดสำคัญของศิลปะที่แยกมาเป็นศิลปะสมัยใหม
ชีวิต
เกิดที่ปารีสเมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1832ในครอบครัวที่มีฐานะดี เออเฌนี-เดอซีเร-ฟูร์นีเย (Eugénie-Desirée Fournier) แม่ของเอดัวร์เป็นลูกสาวของนักการทูตและเป็นหลานสาวของมกุฎราชกุมารสวีเดนชาลส์ เบอร์นาด็อตต์ (Charles XIV John of Sweden) เอากุสท์พ่อของเอดัวร์เป็นผู้พิพากษาผู้มีความประสงค์จะให้ลูกชายมีอาชีพเดียวกัน ชาร์ลส์ โฟนิเยร์ผู้เป็นลุงเป็นผู้ยุยงให้เอดัวร์เขียนภาพและมักจะพาไปชมภาพเขียนในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปี ค.ศ. 1845 เอดัวร์ก็สมัครเข้าเรียนการวาดเส้นตามคำแนะนำของลุง ที่ที่พบอองโตนิน พรูสท์ผู้ต่อมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิจิตรศิลป์และกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดชีวิต
หลังจากการแนะนำของพ่อ ในปี ค.ศ. 1848เอดัวร์ก็เดินทางไปกับเรือฝึกงานยังรีโอเดจาเนโร แต่หลังจากที่พยายามสอบเข้าราชนาวีไม่ได้สองครั้ง[1] พ่อของเอดัวร์จึงได้ยอมให้ลูกหันไปศึกษาทางศิลปะ ระหว่างปี ค.ศ. 1850ถึงปี ค.ศ. 1856 เอดัวร์ก็ศึกษากับทอมัส คูทัวร์(Thomas Couture) จิตรกรผู้เชี่ยวชาญทางการเขียนภาพประวัติศาสตร์ เมื่อมีเวลาว่างก็จะไปนั่งวาดรูปเลียนแบบภาพเขียนสำคัญๆ ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
ระหว่างปี ค.ศ. 1853 ถึงปี ค.ศ. 1856 เอดัวร์ก็เดินทางไปเที่ยวเยอรมนี อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้ได้รับอิทธิพลการเขียนภาพของจิตรกรชาวดัตช์ ฟรันส์ ฮาลส์ (Frans Hals) และจิตรกรชาวสเปน เดียโก เบลัซเกซ (Diego Velázquez) และฟรันซิสโก โกยา
ในปี ค.ศ. 1856 เอดัวร์ก็เปิดห้องภาพของตนเอง ลักษณะการวาดภาพในช่วงเวลานี้เป็นฝีมือแปรงที่หยาบ ใช้รายละเอียดเพียงเล็กน้อย และยังไม่เริ่มใช้การแปลงโทนสี การวาดยังเป็นลักษณะแบบสัจจะนิยมที่ริเริ่มโดยกุสตาฟว์ กูร์แบ (Gustave Courbet) เอดัวร์เขียนภาพ “คนดื่มเหล้า” (The Absinthe Drinker) ระหว่างปี ค.ศ. 1858 ถึงปี ค.ศ. 1859 และภาพเขียนที่เป็นหัวเรื่องร่วมสมัยเช่น ภาพขอทาน นักร้อง ยิปซี หรือคนในร้านกาแฟ หรือการสู้วัว หลังจากสมัยการเขียนภาพระยะแรกเอดัวร์ไม่ได้เขียนภาพที่เกี่ยวกับศาสนา ตำนานเทพ หรือภาพประวัติศาสตร์ ตัวอย่างภาพเกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้ก็ได้แก่ “พระเยซูถูกเย้ยหยัน” (Christ Mocked) ที่ปัจจุบันอยู่ที่สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกที่สหรัฐอเมริกา และ “พระเยซูและเทวดา” (Christ with Angels) ที่ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตันที่นครนิวยอร์ก
สมุดภาพ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ข่าวต่างประเทศ

สหรัฐฯ-น้ำตกไนแองการากลายเป็นน้ำแข็ง บางพื้นที่จ่อติดลบ 45 องศาฯหลายพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ยัแงคงเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็น และในอีกสองสามวันนี้ หลายพื้นที่จะต้องเผชิญกับอุณหภูมิต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนน้ำตกไนแองการา กลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง





วันนี้ (19 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำตกไนแองการา ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่บริเวณพรมแดนประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา เมื่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดจากอิทธิพลของพายุฤดูหนาว ทำให้อุณหภูมิลดเหลือเพียง -13 ถึง -14 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำตกไนแองการาอันกว้างใหญ่กลายสภาพเป็นน้ำแข็งขาวโพลน


แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย มาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอันงดงามแปลกตาของน้ำตกไนแองการา ที่กลายสภาพเป็นน้ำแข็งซึ่งหลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน

ทั้งนี้ น้ำตกไนแองการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแองการา ทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างแคนากับสหรัฐอเมริกา โดยในแคนาดา แม่น้ำไนแองการาไหลมาจากทะเลสาบอีรี ผ่านน้ำตกไนแองการาลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ สำหรับเมืองสองฝั่งของน้ำตกใน 2 ประเทศที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันมาชมความงามอันยิ่งใหญ่ของน้ำตกไนแองการานั้น ในฝั่งแคนาดา คือไนแองการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนฝั่งสหรัฐอเมริกา คือไนแองการาฟอลส์ รัฐนิวยอร์ก










สภาพอากาศหนาวเย็นสุดขั้วทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่สวยงามให้กับน้ำตกไนแองการา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยอุณหภูมิเมื่อวานนี้ ลดลงไปอยู่ที่ติดลบ 8 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำตกไนแองการามีสภาพกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยว คาดว่า อุณหภูมิจะปรับลดลงอีกในวันนี้

พยากรณ์อากาศสหรัฐฯ เผย สภาพอากาศเลวร้ายที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากปรากฏการณ์ไซบีเรียน เอ็กเพรส คือมวลอากาศเย็นจากอาร์คติคทางตอนเหนือของรัสเซียแผ่ปกคลุมขั้วโลกเหนือรวมระยะทาง 8,000 กิโลเมตร มวลอากาศเย็นนี้ครอบคลุมลงไปถึง ชายฝั่งทางใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้หลายพื้นที่ทางตอนกลางและตะวันออกกว่า 100 แห่ง มีอุณหภูมิต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เช้าวันนี้ไปจนถึงเสาร์นี้

ที่รัฐเทนเนสซีและนอร์ท แคโรไลนา เจ้าหน้าที่ต้องประกาศเตือนคนเร่ร่อนให้หาที่พัก เพราะอุณหภูมิจะลดต่ำลงถึงติดลบ 25 ถึง 45 องศาเซลเซียส ขณะที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จะต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ นับตั้งแต่ปี 1875 หรือในรอบ 140 ปี

ส่วนที่ทะเลสาบซาราแน็ค รัฐนิวยอร์กอุณหภูมิลดลงไปที่ติดลบ 34 องศาเซลเซียสแล้ว ขณะที่เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวเมืองอีทากา ในรัฐนิวยอร์ก ถึงกับประกาศเตือนนักท่องเที่ยวอย่าเพิ่งเดินทางมาที่นี่ในตอนนี้ ให้รอสภาพอากาศที่หนาวเย็นผ่านพ้นไปก่อน

ที่ท่าเรือนครบอสตั้น รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง หน่วยยามฝั่งต้องส่งเรือตัดน้ำแข็งมาตัดแผ่นน้ำแข็ง ขณะที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์อุณหภูมิที่ลดลงอย่างทันทีทันใด ทำให้รถยนต์คันหนึ่งถูกแช่แข็งอยู่กลางถนน รายงานระบุว่า สภาพอากาศหนาวเย็นทำให้ประชาชนราว 3 แสน 3 หมื่นคนในรัฐจอร์เจีย ,นอร์ท แคโรไลน่า,เซาท์ แคโรไลน่า และเทนเนสซี่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้

ADVERTISEMENT

อยากผอม … ไม่ยาก ! 5 พฤติกรรมเสกหุ่นสวย ควรทำก่อนเที่ยง !

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2558 06:05

กลับมาอีกแล้วกับคอลัมน์เรื่องผอมเพรียว เสกหุ่นสวยได้ดังใจของเลดี้ทั้งหลาย และเช่นเคยครั้งนี้ไทยรัฐออนไลน์มี 5 พฤติกรรมควรทำก่อนเที่ยง เพื่อหุ่นเป๊ะ ไร้ไขมันเกาะรอบเอวกวนใจมาฝากกัน ถึงมันจะยากไปสักหน่อยสำหรับคนชอบตื่นสาย แต่หากคุณปรับเปลี่ยนนิสัยการนอน หันมาตื่นให้เช้าขึ้นเป็นกิจวัตร และทำสิ่งเหล่านี้อย่างตั้งใจแล้ว รับประกันเลยว่าหุ่นสวยที่ปรารถนาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ได้ผลเกิน 100% ชัวร์ !
1. เดินไปทำงานบ้าง
ในที่นี้ถ้าระยะทางใกล้ๆ (ระหว่างบ้านและที่ทำงาน) เราแนะนำให้คุณเดินไปทำงานจะดีกว่า เพียงแค่คุณเหนื่อยตื่นเช้าหน่อย แต่มันก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายในตอนเช้าไปในตัว เฟิร์มหุ่นของคุณมากขึ้นด้วยนะ ในทางกลับกัน … ถ้าบ้านคุณไกลจากที่ทำงาน แทนที่คุณจะตื่นเช้าขับรถมาให้เหนื่อย และต้องเจอรถติดแสนวุ่นวายสารพัด ลองเปลี่ยนเป็นขับรถมาครึ่งทาง หรือ 3 ใน 4 ของทางมาทำงาน แล้วลงเดินดีกว่าไหม ? (เราไม่ได้บอกให้คุณเดินมาจากบ้านเลยนินา) ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายอยู่แล้ว การเลือกเดินตอนเช้าในช่วงเวลาของการไปทำงานแทนที่จะขึ้นรสบัส หรือนั่งรถไฟฟ้าก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวนะ เชื่อสิ ! วิธีนี้จะช่วยเบิร์นแคลอรี่ของคุณได้ประมาณ 2-3 แคลอรี่ และช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มในร่างกายทำงานดีขึ้น
เดินออกกำลังกายตอนเช้าบ้าง ...
2. อาบแดด-โดนแสงแดดบ้าง
คุณเป็นแวมไพร์หรือไงนะ ถึงไม่โดนแสงแดดบ้างเลย ! บางทีคุณอาจคิดว่ามันเกี่ยวกันอย่างไรกับหุ่นสวยๆ ของคุณ แต่รู้ไหมว่าการที่คุณเปิดรับแสงแดด และอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอนนั้น (หลังตื่นนอนให้คุณเปิดผ้าม่าน หรือหน้าต่างออกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้) แสงยูวียามเช้าจะช่วยลดดัชนีมวลกายได้ (สัดส่วนน้ำหนัก) ช่วยให้นาฬิกาชีวิตคุณทำงานเป็นระบบ สอดคล้อง และตรงกันเป็นกิจวัตรมากขึ้น แถมยังกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มในร่างกายทำงานดีขึ้นด้วย อีกทั้งแสงยูวีตอนเช้าจะช่วยทำให้คุณตื่นตัวขึ้น อารมณ์แจ่มใส และรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากกว่าเดิม ซึ่งต่างจากแสงยูวีตอนบ่ายที่จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเพลีย, เป็นตัวการทำร้ายผิวสวย และเป็นบ่อเกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ถ้าคุณคิดว่าแสงยูวีตอนเช้าจะให้ผลเสียเหมือนแสงยูวีตอนบ่าย จนทำให้คุณไม่กล้าเปิดรับแสงแดด ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดได้เลย เพราะมันไม่ให้อันตรายแก่ผิวของคุณแน่นอน
รับแสงแดด และอากาศบริสุทธิ์
3. เน้นทานโปรตีน
เชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าการบริโภคอาหารเช้าเพื่อสุขภาพนั้น นอกจากจะส่งผลดีต่อร่างกายและระบบการย่อยแล้ว ยังช่วยให้พลังงาน อิ่มท้อง และช่วยลดการอยากอาหารตลอดวัน ซึ่งนั่นมันก็จริง ... แต่ทว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่เสริมโปรตีน และไขมันเล็กน้อยที่คุณควรได้รับ มันอาจทำให้สมองยามเช้าคุณไม่ปลอดโปร่งเต็มที่ ตื้อตัน และระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่นะ แถมยังทำให้คุณหิวเป็นพักๆ อยากหาของจุกจิกมาทานตลอดเวลา(สาเหตุหลักของความอ้วน) ทางที่ดีในมื้อเช้าคุณอย่าเน้นแค่พลังงานที่ช่วยให้คุณอิ่มเพียงอย่างเดียว แต่เสริมโปรตีนเข้าไปด้วยเป็นดีที่สุด อย่างเช่น ไข่ขาว, ขนมปังธัญพืชต่างๆ, โยเกิร์ต ช่วยถ่ายท้อง และผลไม้ต่างๆ
เน้นทานโปรตีน อย่างไข่ขาว ก็ดีนะ =)
4. ดื่มน้ำเยอะๆ ในตอนเช้า
ทานมื้อเช้าที่ช่วยเติมเต็มท้องว่างหลังตื่นนอนแล้ว ก็ควรจะดื่มน้ำตามเยอะๆ ในตอนเช้าประมาณ 2-3 แก้วสูงด้วยเช่นกัน เพราะร่างกายคุณจะมีภาวะขาดน้ำ และต้องการน้ำหลังจากที่คุณตื่นนอน บางคนที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำน้อยมากต่อวัน ก็ต้องฝืนใจดื่มกันหน่อยล่ะ น้ำที่ดื่มจะเข้าไปช่วยล้างสิ่งตกค้างต่างๆ ในร่างกายคุณตั้งแต่เมื่อคืน, เจือจางความเข้มข้นของเลือด (ในตอนเช้าค่าความเข้มข้นของเลือดจะสูงมาก เนื่องจากไม่ได้ดื่มน้ำมาตลอดคืน) และลดอาการตัวบวมได้อย่างเหลือเชื่อ (ลดปริมาณไขมันในร่างกาย) สิ่งตกค้างต่างๆ จะไหลออกทางปัสสาวะ ทำให้คุณรู้สึกโล่งท้อง และตัวเบามากขึ้น …
ฝึกดื่มน้ำในตอนเช้าให้เป็นกิจวัตรอย่างน้อย 2-3 แก้ว ไม่เพียงจะช่วยให้หุ่นคุณเพรียวสวย ผิวพรรณชุ่มชื้นเปล่งปลั่งขึ้น แต่ยังส่งผลให้ระบบภายในของคุณสะอาด ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น และระบบต่างๆ ทำงานประสานกันดีขึ้นด้วย ! หากคุณไม่อยากดื่มน้ำเปล่าเพรียวๆ ก็ลองเติมเลมอนเล็กน้อยผสมลงน้ำเปล่าแทน ก็ได้รสชาติคูลไปอีกแบบนะ รสชาติผลไม้ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี่
ปล. อย่างไรก็ตามจะดีที่สุดถ้าคุณเลือกดื่มน้ำเปล่าเพรียวๆ ระดับอุณหภูมิห้องในตอนเช้าแทน และดื่มหลังจากตื่นนอนเลยในทันที !
ดื่มน้ำเยอะๆ ควบคู่อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ
5. เรียกเหงื่อเล็กน้อยตอนเช้า
อยากได้หุ่นสวยเป๊ะ … จะลืมกิจวัตรนี้ไปได้อย่างไร ! ลองตื่นเช้ากว่าที่คุณเคยตื่นประมาณ 1-2 ชม. เพื่อมาออกกำลังกายกระชับสัดส่วน เบิร์นไขมันกันเบาๆ สิ ไม่ว่าจะวิ่งเหยาะๆ สัก 1-2 รอบ, กระโดดเชือก 30 ครั้ง, เล่นฮูล่าฮูป หรือเล่นโยคะจากวิดีโอที่บ้าน แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าตกใจ อย่างสัดส่วนที่ดูกระชับแข็งแรงขึ้น หรือเอวของคุณจะค่อยๆ คอดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญยังกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มในร่างกายตอนเช้า และช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น -สูบฉีดมากขึ้น ส่งผลให้คุณรู้สึกอารมณ์ดี ดูรีแลกซ์ กระปรี้กระเปร่าสดชื่นในตอนเช้า ไม่มีอาการสะลึมสะลือ ไม่แจ่มใสให้เห็นด้วยล่ะ
และถึงแม้คุณจะออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย อย่าง 10-20 นาที คุณก็ยังได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายอยู่ดี เพราะร่างกายคุณมีการขยับ-เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่นั่นเอง …
ออกกำลังกายเรียกเหงื่อกันสักหน่อย