วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กลุ่ม ดาวนายพราน

กลุ่มดาวนายพราน

โอไรอัน (Orion) ตำนานดาวนายพราน 

กลุ่มดาวนายพราน (Orion Constellations) เป็นกลุ่มดาวที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ในซีกโลกภาคเหนือในฤดูหนาว เป็นกลุ่มดาวที่มนุษย์เราจับให้มาเข้ากลุ่มเดียวกัน มานานนับพันๆปีแล้ว จึงมีเรื่องเล่าขานผูกกันเป็นตำนานมากมาย มาตั้งแต่โบราณกาล แรกสุดนั้นถูกเรียกว่า Tammuz โดยชาว Chaldeans ชาวซีเรียนก็เรียกว่า อัลจับบาร์ (Al Jabbar) ชาวอียิปต์โบราณเรียกว่า ซาฮู (Sahu) หรือดวงวิญญาณของ โอซีรีส (Osiris) เทพแห่งความตาย จนในที่สุด มาเป็นนายพรานโอไรอัน ตามชาวกรีก และโรมัน ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันมาจนทุกวันนี้

ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดที่เราทราบก็มาจากตำนานเทพของชาวอียิปต์ ซึ่งยกย่องให้เทพ โอซีรีส (Osiris) เป็นจ้าวแห่งชีวิตหลังความตายทั้งมวล ในขณะที่ รา (Ra) หรือเทพอาทิตย์เป็นจ้าวแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ในช่วงปลายของอาณาจักรอียิปต์โบราณ สังคมอียิปต์ให้ความสำคัญกับชีวิตหลังการตายเป็นอย่างมาก ความรู้เกี่ยวกับการรักษาศพมิให้เปื่อยเน่า คือการทำมัมมี่ นั้น ก็ได้พัฒนาไปจนสูงสุด ปิรามิด หรือที่จริงแล้วก็คือที่เก็บรักษามัมมี่เหล่านี้ เพื่อรอการฟื้นคืนมารวมตัวกับเทพโอซีรีส ก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างอลังการสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ เทพโอซีรีสก็ได้รับการบูชายกย่อง ให้มีอำนาจเหนือสุด ในยุคปลายของอารยธรรมอียิปต์โบราณนี้เอง

ว่ากันว่า ภาพชาวอียิปต์โบราณ โดยเฉพาะภาพของฟาโรห์ ที่เราเห็นนุ่งผ้าชายเป็นสามเหลี่ยม และไหล่กว้าง เอวคอด นั้น เป็นการเลียนแบบรูปร่างของ กลุ่มดาวนายพรานนี้เอง


รูปชาวอีบิปต์โบราณ โดย Robert Bauval เทียบกับรูปทรงของ กลุ่มดาวนายพราน

ตามตำนานอียิปต์ โอซีรีส เป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรม เป็นที่รักใคร่ของพสกนิกรยิ่งนัก ทรงมีพระมเหสีนามว่า ไอสิส พระนางไอสิส เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์กว่าใคร โอซีรีส ทรงมีพระอนุชามากมาย พระอนุชาองค์รองของพระองค์นั้น ริษยาอาฆาต ต้องการที่จะเป็นใหญ่ จึงออกอุบายให้ช่างทำโลงศพ ที่ประดับประดาอย่างสวยงามอลังการ โดยแอบวัดขนาดองค์ของ โอซีรีส ให้พอดีกันอย่างเหมาะเจาะ แล้วก็เชิญชวนเหล่าพระเชษฐาอนุชา มางานเลี้ยงเพื่อชมความงามของโลงนั้น แล้วบอกว่า เป็นโลงที่สร้างอย่างงดงามที่สุด แต่จะมอบให้องค์ใดที่มีส่วนสัดเหมาะเจาะกับขนาด ทุกองค์ก็ต้องลองเข้าไปนอนดู เมื่อถึงคราว โอซีรีส เข้าไปในโลง พระอนุชาก็ตอกฝาโลงปิดสนิทจน โอซีรีสสิ้นพระทัยในโลง พระนางไอสิส กลับจากการเดินทางมาทราบข่าวก็โศกาอาดูร พยายามไปตามพระศพของ โอซีรีส ปรากฏว่า พระอนุชาได้ตัดพระศพเป็นสิบสี่ท่อนโยนทิ้งไปคนละทิศ พระนางไอสิส ก็ไปตามเก็บมาหมด ขาดส่วนที่สำคัญหนึ่งชิ้นคือ อวัยวะชาย ซึ่งถูกโยนลงแม่น้ำไนล์และถูกปลากินไป พระนางจึงเอาไม้สน ซึ่งเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอียิปต์ (คงเนื่องจากหาได้ยากในทะเลทราย) มาเหลาติดต่อให้เป็นเทวลึงค์ แล้วห่อพระศพด้วยผ้าลินินพันไปรอบๆ พร้อมด้วยกรรมวิธีต่างๆ อันเป็นแบบแผนของการทำมัมมี่ในยุคหลัง เสร็จแล้ว นางก็เป่าลมหายใจวิเศษ(บา) นำวิญญาณกลับคืนสู่ร่างมัมมี่ โอซีรีส ก็ฟื้นคืนองค์ ลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไปปกครองผืนฟ้า เป็นเจ้ามนุษย์หลังจากความตายไป ว่ากันว่า ปิรามิดเมืองกีซ่า นั้น สร้างขึ้นเพื่อเลียนตำแหน่งของ เข็มขัดโอไรอัน แต่จะจริงเท็จอย่างไรคงต้องรอพิสูจน์กันอีก


ภาพวาดแสดงความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ ตามข้อสันนิษญานของ Robert Bauval ภาพแรกเป็นตำแหน่งของปิรามิดบนฝั่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งว่ากันว่า เป็นตัวแทนของทางช้างเผือก ภาพที่สอง แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของปิรามิดกลาง ที่ไม่ตรงเป็นเส้นเดียวกันกับปีรามิดสองข้างไม่ Bauval สันนิษฐานว่า ตำแหน่งของปิรามิด ตรงพอดีกับการเรียงตัวของดาวทั้งสามดวงของ “เข็มขัดนายพราน”

ส่วนทางด้านกรีกนั้น ก็มีตำนานต่างกันอย่างน้อยๆสองตำนานเกี่ยวกับดาวกลุ่มนี้ ตำนานหนึ่งกล่าวว่า โอไรอัน เป็นนายพรานหนุ่มรูปงาม บางตำนานว่าเป็นยักษ์ใหญ่ เป็นบุตรของจ้าวสมุทร โพไซดอน(Poseidon) และ เจ้าหญิงลุ่มน้ำอเมซอน ยูเรียล (Euryale) โอไรอัน เป็นพรานที่มีความสามารถที่สุดในหมู่มนุษย์ ตำนานทางหนึ่งกล่าวว่า ความสามารถนี้ทำให้เขามีความยะโสโอหังเป็นยิ่งนัก เที่ยวอวดอ้างศักดาว่าจะฆ่าสัตว์ใหญ่น้อยให้หมดจากโลก จนพระนางเจ้าแห่งธรณี กายยา (Gaia) ทรงพิโรธจนต้องสั่งให้แมงป่องมาฆ่า เพื่อรักษาชีวิตสัตว์ป่าในความคุ้มครอง โอไรอัน ถูกแมงป่องต่อยจนสิ้นใจ แต่เทพผู้รักษา โอฟีอุสคุส Ophiuchus มาปราบแมงป่องร้าย แล้วให้ยารักษาแก่ โอไรอัน เทพธิดา Artemis หรือ Diana ตามชื่อโรมัน ผู้หลงรัก โอไรอัน ได้ไปขอร้องเทพบิดร คือ ซุส (Zeus) ให้ชุบชีวิต โอไรอัน ให้เป็นอมตะ โดยให้ไปเกิดเป็นดาว ส่วนเจ้าแมงป่องก็ได้ไปเกิดเป็นดาวเหมือนกัน (คงจะเพราะมีความดีความชอบที่รับใช้เทพกายยา) แต่เพื่อความปลอดภัยของโอไรอัน ซุส จึงวาง กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้อยู่คนละฟากฟ้ากับโอไรอัน และจะขึ้นและตกจากท้องฟ้าคนละเวลากัน เพื่อจะได้ไม่มาเจอกัน

อีกตำนานหนึ่งก็ว่าตรงกันเกี่ยวกับพ่อแม่ของ โอไรอัน แต่เขาต้องระหกระเหินไปเป็นพรานล่าสัตว์ให้เทพ Artemis(ไดแอนน่า) ผู้เป็นเทพแห่งการล่าสัตว์ และมีหน้าที่ชักรถนำดวงจันทร์ มาส่องแสงในเวลากลางคืนด้วย นางก็มาลุ่มหลง โอซีรีส ด้วยความที่เป็นหนุ่มรูปงาม และมีความสามารถในการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง จนละเลยหน้าที่ที่ต้องนำดวงจันทร์มาส่องโลกในยามค่ำคืน ชาวโลกจึงพากันเดือดร้อน เพราะไม่มีอะไรมาส่องแสงนำทางตอนกลางคืน เทพอะพอลโล พระเชษฐาของนาง ซึ่งมีหน้าที่ชักรถนำพระอาทิตย์ มาส่องสว่างบนฟ้าในเวลากลางวัน ก็ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จนคิดจะกำจัด โอไรอัน เพื่อให้น้องสาวเลิกลุ่มหลงและกลับมาทำหน้าที่ของตัว

วันหนึ่ง อะพอลโล เห็น โอไรอัน กำลังลงเล่นน้ำทะเลอยู่แต่ไกล จนเห็นแค่หัวดำๆโผล่ขึ้นมาเท่านั้น อะพอลโล จึงไปท้าน้องนางว่า คงไม่ยิงธนูเก่งขนาดจะยิงกวาง ที่เห็นแต่หัวโผล่น้ำขึ้นมาอยู่ไกลๆ นั้นได้หรอก อาร์ทีมิส ก็ไม่ยอมให้พี่ชายมาดูหมิ่นได้ง่าย จึงไม่รีรอชักธนูยิงไปที่หัวดำๆนั้นในทันที เมื่อไปถึงจึงทราบว่า ได้ปลิดชีวิตชายอันเป็นที่รักไปเสียแล้ว ด้วยความเศร้าโศกหัวใจแทบสลาย ก็นำร่างของ โอไรอัน ขึ้นรถทรงที่ใช้ชักพระจันทร์ขึ้นฟ้า ไปฝากฝังไว้บนแผ่นฟ้าให้เกิดมาเป็นดาว ให้นางได้ชื่นชมตลอดไป

สำหรับผู้ที่อยู่ซีกโลกภาคเหนือ ก็จะเห็น กลุ่มดาวนายพราน นี้ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนมีนาคม และทางซีกโลกภาคใต้ก็จะเห็นในเวลาสลับกันไป


ตำแหน่งของกลุ่มดาวนายพรานบนท้องฟ้าหน้าหนาว จากทิศใต้ ภาพ โดย BBC World Serviceและ โอไรอัน มีสุนัขสองตัวติดตามมา ตัวใหญ่คือ กลุ่มดาว Canis Major ส่วนตัวน้อยก็คือ Canis Minor และมีกระต่ายน้อย (Lepus) ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวตาย อยู่ที่ใต้เท้าของ โอไรอัน นายพรานใหญ่


ภาพวาดของ โอไรอัน สู้กับ วัว ตามที่ปรากฏบนท้องฟ้า ภาพโดย Johann Bode, Uranographia. Berlin, 1801 ถ่ายภาพ โดย Linda Hall Library, Kansas City, Missouri จัดทำเป็นเว็บไซต์โดย Carlos Parada, Greek Mythology

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มารู้จักไวรัสเมอร์ส กัน

มารู้จัก-ป้องกัน"ไวรัสเมอร์ส" โรคที่กำลังระบาด

Prev
1 of 3
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 19 มิ.ย. 2558 เวลา 10:00:04 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เพจเฟซบุ๊ก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) EMIT_1669 ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ "ไวรัสเมอร์ส" ที่กำลังระบาดอยู่ในเกาหลีใต้ขณะนี้ โดยระบุว่า ไวรัสเมอร์ยังมีการใช้ยาต้านไวรัสค่อนข้างจำกัด และยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะต่อเชื้อนี้ในการรักษา จึงทำได้เพียงให้การรักษาตามอาการ ผู้ป่วยมักมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส มีอาการไอหอบ หายใจลำบาก ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการในระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลันอย่างรุนแรง

โดยสเตตัสดังกล่าว ระบุไว้ดังนี้

ในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนก็คงจะได้ยินชื่อโรคแปลก ๆ อยู่โรคหนึ่ง นั่นคือ “โรค MERS-CoV”
(เมอร์ส-คอฟ) โรคที่หลายคนก็คงจะสงสัยว่าเป็นโรคอะไร มีอันตรายอย่างไรต่อคน และเราสามารถหลีกเลี่ยงการรับเชื้อได้อย่างไรกันบ้าง วันนี้เรามีสาระความรู้เรื่องนี้มาฝากค่ะ

โรค MERS-CoV (เมอร์ส-คอฟ) ย่อมาจากคำว่า Middle East Respiratory Syndrome หรือกลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เกิดจากการติดเชื้อในกลุ่ม โคโรน่าไวรัส (Coronavirus: CoV) ทำให้ชื่อย่อของเชื้อโรคนี้ในภาษาอังกฤษ จึงใช้คำว่า MERS-CoV นั่นเอง

โคโรน่าไวรัสเป็น RNA ไวรัส ที่สามารถก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร (ซึ่งส่วนมากแล้วอาการน้อยและบางครั้งอาจรุนแรงมาก) หากยังจำกันได้ เมื่อปี ค.ศ. 2002-2003 ขณะนั้นมีโรคซาร์ส โคโรน่าไวรัส (SARS Coronavirus) เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน


ขอบคุณภาพประกอบจาก โรงพยาบาลสมิติเวช

แต่การติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด พบว่ามีการรายงานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2555 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ต่อมาเชื้อได้แพร่กระจายไปยังประเทศใกล้เคียง ได้แก่ การ์ตา จอร์แดน ฝรั่งเศส อิตาลี และ ตูนิเซีย เดิมทีเราเรียกไวรัสชนิดนี้ว่า “โนเวล โคโรน่า ไวรัส: Novel Corona virus) แต่ในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกได้ใช้ชื่อเรียกใหม่ว่า Middle East Respiratory Syndrome Coronavirus หรือ โรค MERS-CoV (เมอร์ส-คอฟ) ที่สามารถพบการติดเชื้อได้ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในผู้ใหญ่ และมีอัตราการเสียชีวิตราวร้อยละ30 (ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน 2557) ความสำคัญของการพบโรคนี้ก็คือ นอกจากอัตราการเสียชีวิตที่สูงแล้ว ยังพบการแพร่กระจายจากคนสู่คน โดยเฉพาะบุคคลที่อาศัยภายในบ้านเดียวกันนั่นเอง

อาการที่สังเกตได้ คือ มักพบได้ตั้งแต่ไม่มีอาการจ
นถึงมีอาการรุนแรงแล้ว ซึ่งผู้ป่วยมักมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส มีอาการไอหอบ หายใจลำบาก ในรายที่อาการรุนแรงพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจมีลักษณะของกลุ่มอาการในระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลันอย่างรุนแรง คือมีอาการหอบเหนื่อยตามความรุนแรงของภาวะขาดออกซิเจน

แนวทางการรักษา เนื่องด้วยโรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ ทำให้ข้อมูลการใช้ยาต้านไวรัสค่อนข้างจำกัด และยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะต่อเชื้อนี้ในการรักษา จึงทำได้เพียงให้การรักษาตามอาการและการรักษาแบบประคับประคอง จนกว่าการอักเสบในระบบทางเดินหายใจจะลดน้อยลงจนหายเป็นปกติดี

สำหรับการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเพราะเรายังไม่มียาที่ใช้ทำลายเชื้อนี้ได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการไข้สูง ไอ หอบ หายใจเร็ว ก็ควรให้ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก-จมูก และมาพบแพทย์พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีประวัติเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของเชื้อ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย การ์ตา จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ตูนิเซีย เยอรมนี อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย กรีซ และฟิลิปปินส์ ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ก็ให้สวมหน้ากากอนามัย และหมั่นรักษาความสะอาดมือ ทั้งผู้ป่วยเองและคนรอบข้างกันด้วย 


ขอบคุณข้อมูลจาก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์กำธร มาลาธรรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี และอาจารย์ประจำภาควิชา อายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณภาพประกอบจาก : โรงพยาบาลสมิติเวชค่ะ


ขอบคุณภาพประกอบจาก โรงพยาบาลพญาไท

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Salut!
Moi,c'est Pattamawadie. J'ai quinze ans. Je suis élève de frqnçqis,en première à l'école Rachineeburana.Je viens de Nakhonpathom.J'aime le café,le sport,le jus de fruits et les fleurs.Je n'aime pas le chocolat et le danse.Je voudrais être chef-cuisinière parce que J'aime faire la cuisine.

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บอกรักแบบภาษาฝรั่งเศส

ความรักแบบฝรั่งเศสๆ


 วัยรุ่นคนใดอยากเก๋ อยากเท่ห์ เชิญทางนี้ค่ะ อย่างไรเรียกว่าเก๋ อย่างไรเรียกว่าเท่ห์ นะหรอค่ะ ก็ต้องแสดงความรัก ความรู้สึกที่ดีของคุณต่อคนที่คุณรัก หรือคุณพอใจด้วยภาษาฝรั่งเศสง่ายๆ ซิคะ   
Si je meurs, je ne regrette pas de t’aimer.
  บอกรักแบบไทยๆ
 บอกรักแบบฝรั่งเศส
 คำอ่าน
 ฉันคิดถึงคุณมากเลย
 Tu me manques beaucoup.
 จู เมอ ม้อง โบวกูว
 ฉันรักคุณนะ
 Je t’aime.
 เฌอ แตม
 ฉันหลงใหลในเสน่ห์ของคุณ
 Je suis très passionnée par ta charme.
 เฌอ ซุย แทร ปาสซิยอนเน่  ปาร ตา ชราม์
 ฉันหลงใหลในความสวยของคุณ
 Je suis très passionné par ta beauté.
 เฌอ ซุย แทร ปาสซิยอนเน่  ปาร ตา โบวเต้
 คุณอยู่ในความฝันของฉันเสมอ  
 Tu es toujours dans mon rêve.
  
 จู เอ ตู๊ชูว์ ดอง มง เครฟ
 ไปดูหนังกันไหม
Je t’invite à aller voir le film au cinéma. Tu es d’acco
 เฌอ แตงวิด อ๊ะ อะเล่ วัว เลอ ฟีลม์ โอ ซีเนม่า. จู เอ ดั๊กกอร์
 อย่าลืมโทรศัพท์ถึงฉันนะ
 N’oublie pas de me donner un coup de fil !
นู๊บบลี ป๊ะ เดอ เมอ ดอนเน่ เอิง กรุ๊บ เดอ ฟี
 ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าปราศจากเธอ 
 Si tu a un petit ennui, dis-le moi. Je viens te voir sans hésitation.
 ซิ๊ จู อา เอิง เปอติ๊ด อองนู, ดี-เลอ มัว. เฌอ เวียน เตอ วัว ซอง เอซิ๊ตาซิยง.
 ถ้าเธอมีปัญหาอะไรบอกฉันนะ ฉันจะไปพบเธอโดยไม่รีรอเลย
 Si tu a un petit ennui, dis-le moi. Je viens te voir sans hésitation.
 ซิ๊ จู อา เอิง เปอติ๊ด อองนู, ดี-เลอ มัว. เฌอ เวียน เตอ วัว ซอง เอซิ๊ตาซิยง.

  ฉันมีชีวิตอยู่ในความมืดมน จนกระทั่งวันที่เธอเดินเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันรู้สึกว่าชีวิตฉันสดชื่นดัง
ดอกกุหลาบ 
 Je vis dans le noir, jusqu’au jour où tu es venu, ma vie est en rose. 
เฌอ วี ดอง เลอ นัว, จู๊สโกว ชูวื อุ๊ จูเอ เวอนู, มา วี เอ ออง โรส.
 ฉันไม่เคยพบใครดีเท่าเธอเลย
 Je ne vois personne aussi bien que toi.
 เฌอ เนอ วัว แป๊กซอน โอซิ เบียง เก๊อะ ตัว.
 อยู่กับเธอฉันไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตฉันมีความสุข หรือลำบากเลย
  Avec toi, ma vie n’est jamais dure.
   อะเว๊ก ตัว, มา วี เน ฌาเม่ ดูร์.
 แต่ก่อน ฉันไม่เคยมีความรู้สึกว่าตัวฉันมีค่า แต่เมื่ออยู่กับเธอ ฉันรูสึกเหมือนว่าฉันเป็นเจ้าหญิง
แล้วเราจะพบกันในวันสองวันนี้นะ
 Avant je me sens sans valeur, avec toi, je suis comme princess. On revoit un de ces jours.
 อาวอง เฌอ เมอ ซอง ซอง วาเลอร์, อะเว๊ก ตัว, เฌอซุย กอม แปรงแซ็ส. อง เรอโวธ เอิง เดอเซ ชูว์.
 มันเป็นเพียงคำกล่าวลา ฉันจะไม่มีวันลืมเธอเลย
 Ce n’est qu’un au revoir, je ne t’oublierai jamais.
 เซอ เน กอง โอ เรอวัว, เฌอ เนอ ตู๊บบลีเคร่ ฌาเม่
 โชคชะตากำหนดให้เราได้มาพบกัน
  Le destin nous rendre nous revoir.
เลอ เดสแตง นู ร๊อง นูวื เรอวัว.
 ถ้าฉันจะต้องตาย ฉันก็ไม่เสยใจที่ได้รักเธอ 
 Si je meurs, je ne regrette pas de t’aimer.
ซิ เฌอ เมอริ์ส, เฌอ เนอ แร็กแครส ป๊ะ เดอ แตมเม่.
 ถ้าพรหมลิขิตอยู่ตรงนี้ เขาจะรู้ว่าเรารักกัน
  Si le destin est là, il saura on s’aime.
 ซิ เลอ เดสแตง เอ ล่ะ, อีล โซลคร่า อง แซม.
 ชีวิตไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าปราศจากเธอ 
 La vie est nulle sans toi.
ลา วี เอ นูล ซองตัว

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Coco Chanel

ประวัติ Coco Chanel หรือชื่อจริง Gabrielle Bonheur ดีไซเนอร์ แฟชั่นโลก ที่ชอบไข่มุก เป็นชีวิตจิตใจ จากแฟ้ม ประวัติดีไซเนอร์ กล่าวกันไปมา แล้วบอกมาว่า โคโค่เกิดอยู่ที่ Saumur เมื่อปี 1883 แล้วตายเมื่อ 10 มกราคม 1971 อายุได้ 88 ปี โดยเธอ ต้องกำพร้า แม่ เมื่ออายุเพียง 6 ขวบ เธอเป็นผู้ปฏิวัติ วงการแฟชั่น ด้วยการได้พบเห็น แฟชั่นโบราณ แบบเก่าๆของ ผู้หญิง ไฮโซ ใส่หมวกใบใหญ่ๆ เสื้อมีคลุ่ยวุ่นวาย มาเป็นการใส่ชุดแบบ ยูนิฟอร์มสีดำเท่ห์ๆ Coco นั้น เป็นชื่อเล่นของ Gabrielle Bonheur ที่เธอได้มาตอนอายุ 18 ปี จากการร้องเพลง ไม่ใช่ชื่อ แต่อ้อนแต่ออก ชีวิตวัยเด็ก เธอมีความยากลำบาก มากๆ
Coco Chanel
แต่ Coco Chanel ได้เปิดร้านเป็นครั้งแรก เมื่อ 1910 ตอนอายุ 27 ปี ในปารีส เริ่มจากการทำชุดนักกีฬาและหมวก ต่อมาปี 1921 เธอได้ออก น้ำหอม Chanel No. 5 ซึ่งมันก็
ประวัติ Coco Chanel
ประวัติ Coco Chanel
เป็นแค่ กลิ่นของน้ำหอม ตัวอย่างหมายเลข 5 เท่านั้นเอง เบอร์ 5 จึงเป็น lucky number ของเธอ แต่ทุกวันนี้ หลายคนก็ยังนิยมชมชอบ No. 5 อยู่ ในปี 1924 Coco Chanel ได้นำดีไซแปลกใหม่ ประมาณว่า เป็นต้มหูไข่มุก ที่ ด้านหนึ่งขาว ด้านหนึ่งดำ เข้ามาสู่สังคมแฟชั่นปารีส
Coco Chanel
นอกจากนี้ในปี 1920 Coco ยังได้นำเอา ชุดเดรสดำแบบง่ายๆ ( Little Black Dress เรียกง่ายๆว่า LBD ลงหนังสือ โวคอเมริกา ซึ่งเขาเรียกว่า Chanel’s Ford ) สวมใส่สะดวก เข้ามาในวงการแฟชั่น จนทำให้วงการแฟชั่นช่วงนั้น ต้องเปลี่ยนไปทันที
ประวัติ Coco Chanel
เธอได้เปลี่ยนแปลง หลายสิ่งหลายอย่าง ให้กับวงการแฟชั่นปารีส จริงๆ
Coco Chanel มีชื่อเสียงมา ระยะหนึ่ง ( 1953 ) ช่วงนี้ Christian Dior เริ่มเป็นคลื่น ลูกใหม่ที่แรง เข้ามา และในขณะเดียวกัน การมีนักออกแบบ ปารีสรุ่นใหม่ๆ ทีประสบความสำเร็จ เกิดขึ้นมากมาย
คนดูแล และออกแบบแฟชั่น งานชุดเดรส ใหม่ๆ ของ Coco Chanel คือ Karl Lagerfeld ซึ่งวันหลัง คงได้มา เล่า ความเก่ง กล้าสามารถ ของดีไซเนอร์ ปู่ Karl Lagerfeld ให้ได้ฟังกัน เขาเป็นคนที่ เข้ามา ปฏิวัติ Chanel เอามากๆ อีกคน
ก่อนจบ มีคำคมของเธอ ไม่รู้จำผิด จำถูก มอบให้ กับดีไซน์เนอร์ไฟแรงๆ แบบคุณ
  • แฟชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์แฟชั่น แต่สไตล์ของใคร มันไม่เคยเปลี่ยน
  • ผู้หญิงที่ห่างหาย ไม่แต่ะต้องน้ำหอม ก็คงเป็นหญิงที่ไร้จะมีอนาคต
  • ฉันไม่ได้ทำงานเรื่องแฟชั่น แต่ตัวฉันคือ แฟชั่น
  • สีเครื่องแต่งกายที่เหมาะกับคุณที่สุดในโลก คือสีที่คุณใช้มันแล้วดูดีที่สุด
  • ความเรียบง่าย มักนำพามาซึ่งความโก้เก๋ และความสง่าผ่าเผยเสมอ

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ข่าว

นายกฯเนปาลเร่งบูรณะปท.ใน2ปี-ยอดตาย7,903

INN News
INN Newsสนับสนุนเนื้อหา
นายกรัฐมนตรีเนปาล แถลงต่อรัฐสภา จะเร่งซ่อมแซมอาคารราชการ โรงเรียนและสาธารณูปโภค ภายใน 2 ปี หลังจากประเทศของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากแผ่นดินไหวใหญ่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยยอดผู้เสียชีวิตจนถึงตอนนี้ 7,903 ศพ บาดเจ็บ 17,803 ราย 803 ราย
นายกฯเนปาลเร่งบูรณะปท.ใน2ปี-ยอดตาย7
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

นายกรัฐมนตรีเนปาล แถลงต่อรัฐสภา จะเร่งซ่อมแซมอาคารราชการ โรงเรียนและสาธารณูปโภค ภายใน 2 ปี หลังจากประเทศของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากแผ่นดินไหวใหญ่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยยอดผู้เสียชีวิตจนถึงตอนนี้ 7,903 ศพ บาดเจ็บ 17,803 ราย 803 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย ซูซิล คอยลารา นายกรัฐมนตรีเนปาล ได้ออกแถลงต่อรัฐสภาส่า รัฐบาลจะดำเนินการบูรณะอาคารราชการ ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์โทรคมนาคม สถานีไฟฟ้าและวิทยาลัย ที่ได้รับความเสียหาย ภายใน 2 ปี โดย นายกฯ เนปาล ยังบอกด้วยว่ารัฐบาลจะจัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2 ในวงเงินสูงสุด 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ประชาชนที่มีความประสงค์นำไปซ่อมแซมบ้านส่วนโบราณสถานและอนุสรณ์ต่างๆ จะดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ใน 5 ปีข้างหน้าคำกล่าวนี้ มีขึ้นหลังจากเนปาลต้องเผชิญกับแผ่นไหวครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 80 ปีของประเทศ ตอนราวๆเที่ยงวันของวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา โดยจนถึงตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7,903 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 18,000 คนและมีอาคารมากกว่า 541,000 หลังได้รับความเสียหาย 
ขณะที่ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเนปาล ได้เผยถึงตัวเลฃผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรวล่าสุดผู้เสียชีวิตอยู่ 7,903 ศพ บาดเจ็บ 17,803 ราย ทั้งนี้หน่วยงานความมั่นคงเนปาล ได้ช่วยชีวิต ชาวเนปาล 35 ราย และ 11 ชาวจีนจากพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศที่คิดใต้ซาก 
ด้านอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งเดินทางไปช่วยสร้างเต็นท์ชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในเนปาลซึ่งกำลังต้องการที่พักอาศัยอย่างเร่งด่วนเนื่องจากฤดูฝนกำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้ อาสาสมัครกลุ่มนี้นำไม้ไผ่และแผ่นป้ายโฆษณามาทำเป็นเต็นท์ชั่วคราวให้กับชาวบ้าน เนื่องจากขณะนี้เต็นท์ในเนปาลมีราคาแพงมาก โดย สหประชาชาติระบุว่า แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้กับชาวเนปาลเดือดร้อนร่วม 8 ล้านคน และช่วง 3 เดือนนี้ ชาวบ้านอย่างน้อย 2 ล้านคน ต้องการเต็นท์ น้ำ อาหาร และยา 

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?

    แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?


    แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?

              แมงลัก สรรพคุณไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายแฝงอยู่ในพืชชนิดนี้ ทั้งส่วนใบและส่วนเมล็ด ก่อนจะทานตามกระแสที่ใคร ๆ เขาบอกว่าดี มารู้จักเม็ดแมงลักให้มากขึ้นเสียก่อน จะได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า

     1. แมงลักเป็นพืชตระกูลกะเพรา

              บางคนรู้จักแต่เม็ดแมงลัก แต่ไม่เคยเห็นต้นและใบ เลยไม่รู้ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในพืชตระกูลกะเพรา-โหระพา (Basil) เหมือนกันนะ โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Hoary Basil หรือ Hairy Basil ลักษณะต้นคล้ายกับต้นกะเพรา แต่กลิ่นไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ต้นและใบกะเพรากับโหระพายังมีสีแดงปนอยู่บ้าง แต่แมงลักจะไม่มีสีแดงเลย 

    แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?

     2. ใบแมงลักให้พลังงานน้อย แต่สารอาหารเพียบ

              ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลสารอาหารไทย โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยพายัพ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ระบุว่า ใบแมงลักหนึ่งหน่วยบริโภค ให้พลังงานเพียง 32 กิโลแคอลรี และยังให้แร่ธาตุวิตามินมากมาย คือ

              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif วิตามินบี 1 0.12 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif วิตามินบี 2 0.28 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif วิตามินซี 12 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif แคลเซียม 194 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif ฟอสฟอรัส 42 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif เหล็ก 3.8 มิลลิกรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif คาร์โบไฮเดรต 2.2 กรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif โปรตีน 4.1 กรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif ไขมัน 0.8 กรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif น้ำ 89.3 กรัม
              http://img.kapook.com/image/icon/48be2683.gif ไฟเบอร์ 1.6 กรัม

     3. รักษาโรคหวัดได้ด้วย

              คนชอบเป็นหวัดคัดจมูกต้องผูกมิตรกับใบแมงลักไว้สักหน่อยค่ะ เพราะแมงลักเป็นยารสร้อนเล็กน้อย ใบสดของแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาแก้หวัด ลดอาการหลอดลมอักเสบ ขับเหงื่อได้ แนะนำใส่ในแกงเลียงที่มีสมุนไพรหลายชนิด แล้วอาการหวัดจะดีขึ้น

     4. เรียกน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่

              จะบอกให้รู้ว่า "ใบแมงลัก" เป็นสมุนไพรที่ช่วยเรียกน้ำนมได้ดีทีเดียว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ การทานแมงลักจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มปริมาณสารอาหารในน้ำนมของมารดาส่งต่อให้ลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยแก้อาการน้ำนมคัดได้อีกนะ 

     5. ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย

              ในอาหารที่เราทานเข้าไปมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) แต่เม็ดแมงลักมีส่วนช่วยขับคอเลสเตอรอลตัวร้ายออกจากร่างกายได้ เพราะเส้นใยของแมงลักสามารถดูดซับไขมันไว้ได้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก แต่ไม่มีผลใด ๆ ต่อไขมันดี 

              และในเมื่อเม็ดแมงลักสามารถกำจัดคอเลสเตอรอลตัวร้ายให้พ้นจากร่างกายไปได้ เพราะฉะนั้นหัวใจดวงน้อย ๆ เลยได้อานิสงส์ไปเต็ม ๆ ถ้ารับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้เลย



     6. นี่ละตัวช่วยควบคุมน้ำหนักชั้นเลิศ

              เคล็ดลับลดน้ำหนักหลายสำนักมักแนะนำให้ทานเม็ดแมงลักก่อนทานอาหาร ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ ค่ะ เพราะเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำไปแช่น้ำสักพักจนพองตัว แล้วนำมาทานก่อนทานอาหารก็จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้อง หลังจากนี้ก็จะทานอาหารได้น้อยลง เป็นการควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี เลยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

              แต่ขอเตือนว่าไม่ใช่หวังจะลดน้ำหนัก เลยทานแต่เม็ดแมงลักทุกมื้อ ถ้าเป็นแบบนี้รับรองได้ป่วยเพราะขาดสารอาหารแน่นอน ควรรับประทานแค่บางมื้อ หรือพอให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่มเท่านั้นดีกว่าค่ะ

     7. ท้องผูก ไม่ถ่าย เป็นยาระบายชั้นดี

              ด้วยความที่เปลือกด้านนอกสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า โดยไม่ถูกย่อย เม็ดแมงลักก็เลยช่วยเพิ่มกากใยและช่วยหล่อลื่น ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ขับถ่ายสะดวกขึ้นเยอะ เพราะเม็ดแมงลักจะไปกระตุ้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้เกิดปวดท้องหนัก คนท้องผูกบ่อย ๆ ต้องสรรหาเม็ดแมงลักมาทานดูว่าเห็นผลแค่ไหน วิธีใช้คือรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา แช่น้ำให้พอง แล้วดื่มก่อนนอน

     8. ป่วยเบาหวานก็ทานเม็ดแมงลักได้
              การที่เม็ดแมงลักพองตัวมากขนาดนั้น เลยทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลลดลงด้วย

    แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?

     9. ก่อนทานต้องแช่น้ำให้พองตัวเต็มที่

              นี่เป็นข้อควรระวังขีดเส้นใต้หนา ๆ ไว้เลยนะคะ เพราะถ้ารับประทานเม็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ เมื่อเม็ดแมงลักลงไปอยู่ในท้องก็จะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหาร ทำให้เม็ดแมงลักจับตัวเป็นก้อนแข็ง และอุดตันลำไส้ จนทำให้เกิดการท้องผูก และท้องอืดมากขึ้น แย่เลย

     10. อย่าทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก

              การรับประทานแมงลักพร้อมกับยาตัวอื่น ๆ จะมีผลทำให้ร่างกายดูดซึมยาเหล่านั้นได้น้อยลง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยากับเม็ดแมงลักพร้อม ๆ กัน โดยให้เลือกรับประทานยาก่อนสัก 15 นาที ค่อยตามด้วยการรับประทานเม็ดแมงลัก

              ทานใบแมงลักและเม็ดแมงลักให้ถูกวิธีก็ช่วยดูแลสุขภาพได้ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานเม็ดแมงลักผสมน้ำเปล่า ๆ อาจทานกับน้ำแดง หรือผสมลงในผลไม้ โยเกิร์ต แล้วจะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น อร่อยพร้อมสุขภาพดีแบบคูณสอง